วันศุกร์ที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

แนะแนวทางสอนสุภาษิตวัยโจ๋

ปรับเปลี่ยนรูปแบบด้วยการนำสุภาษิต คำพังเพยมาพูดในชีวิตประจำวัน จัดการประกวดคิดสุภาษิต คำพังเพยใหม่ๆขึ้น เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ ยอมรับสิ่งใหม่ๆที่เด็กคิด.......

รศ.กาญจนา อินทรสุนานนท์ อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เปิดเผยว่า มีคนจำนวนหนึ่งวิตกกังวลที่เด็กรุ่นใหม่ไม่สนใจศึกษาสุภาษิตและคำพังเพย ซึ่งเท่าที่มีประสบการณ์ในการสอนเด็กพบว่า สุภาษิต และคำพังเพยไทยยังใช้สอนได้อยู่ เพียงแต่ต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบด้วยการนำสุภาษิต คำพังเพยมาพูดในชีวิตประจำวันเพื่อให้เด็กซึมซับ ทั้งนี้ การใช้ภาษาของเด็กและเยาวชนไทยยุคนี้ มีวิธีการนำเสนอที่อาจไม่เหมือนสมัยก่อน ครู พ่อ แม่ ผู้ปกครองควรเปิดโอกาสรับฟัง นอกจากนี้ครูควรจัดการประกวดคิดสุภาษิต คำพังเพยใหม่ๆขึ้น เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และต้องยอมรับสิ่งใหม่ๆที่เด็กคิด และเชื่อมโยงและถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจ สุภาษิตและคำพังเพยให้เด็กได้ซึมซับ เชื่อว่าจะเข้าถึงใจเด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ได้.

กุมารแพทย์เตือนปอดบวมระบาดเด็กเล็ก

กุมารแพทย์ เตือน พ่อแม่เตรียมรับมือโรคปอดบวม ระบาดในเด็กเล็ก ช่วงหน้าฝน บางครั้งอาจถึงเสียชีวิต แนะ ล้างมือ ใส่หน้ากากอนามัย ...

วันนี้ (13 มิ.ย.) นพ.สุชาติ เชิดชูพงศ์ล้ำ กุมารแพทย์ โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า ช่วงนี้พบว่ามีการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจในเด็กเล็กเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากในช่วงเปิดเทอมเด็กจากหลากหลายที่ไปอยู่รวมกันที่เนอร์สเซอรี่และโรงเรียนเป็นจำนวนมาก ประกอบกับช่วงนี้ฝนตกบ่อยอากาศชื้น เพราะอากาศที่เย็น และชื้นจะเอื้ออำนวยให้เชื้อมีชีวิตอยู่ในอากาศ และแพร่กระจายได้ดียิ่งขึ้น ฉะนั้นพ่อแม่ และครูต้องระวังโรคติดเชื้อที่ติดจากเด็กด้วยกันเอง โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปี เพราะเด็กเล็กยังไม่สามารถป้องกันตนเองจากเชื้อต่างๆ ได้ และยังไม่มีภูมิต้านทานโรคที่สมบูรณ์ โดยโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจถูกพบมากเป็นอันดับต้นๆ เช่น ไข้หวัด คออักเสบ ในบางรายที่มีอาการรุนแรง จะเป็นหูอักเสบ ไซนัสอักเสบ แต่ถ้ารุนแรงมากอาจจะเป็นหลอดลมอักเสบ ปอดอักเสบได้ ส่วนที่พบลงมาคือโรคติดเชื้อระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดท้องเสีย ท้องร่วง เป็นต้น

นพ.สุชาติ กล่าวต่อว่า สำหรับโรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจที่มีความรุนแรง จนบางครั้งอาจจะทำให้เด็กเสียชีวิตได้ ได้แก่โรคปอดบวม หรือ ปอดอักเสบ เนื่องจาก จะมีการติดเชื้อที่ปอด เมื่อเนื้อปอดโดนทำลาย จะทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดออกซิเจน และทำให้เสียชีวิตในที่สุด ซึ่งโรคปอดบวมเกิดได้จากเชื้อหลายชนิด เช่น เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือทั้งเชื้อไวรัสและเชื้อแบคทีเรียร่วมกัน โรคปอดบวมจากเชื้อไวรัสส่วนใหญ่แล้วยังไม่มียาต้านไวรัสสำหรับทำลายหรือยับยั้ง โรคจะหายได้จากการที่ร่างกายสามารถสร้างภูมิต้านทานมากำจัดเชื้อไวรัสได้เอง แต่โรคปอดบวมที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธีอย่างทันท่วงที จะทำให้เชื้อลุกลามเป็นมากขึ้น หรือมีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่นๆ ที่สำคัญ ได้แก่สมอง และกระแสเลือด เป็นต้น ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตสูงขึ้น

นพ.สุชาติ กล่าวด้วยว่า ในบรรดาโรคปอดบวม ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียนั้น พบว่าโรคปอดบวมที่เกิดจากเชื้อนิวโมคอคคัส พบมากเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเชื้อนิวโมคอคคัส เป็นเชื้อแบคทีเรียที่อาจพบอยู่ในเยื่อบุโพรงจมูก ลำคอของคนเรา พบว่าอัตราการเป็นพาหะในเด็ก มีเชื้อในโพรงจมูก แต่ไม่แสดงอาการใดๆ เฉลี่ยแล้วสูงถึงร้อยละ 26 หรือคิดเป็นอัตรา 1 ใน 4 ของประชากร เมื่อร่างกายอ่อนแอ หรือ เยื่อบุดังกล่าวโดนทำลาย เชื้อนิวโมคอคคัสจะหลุดเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้อาจติดเชื้อได้จากการสัมผัสละอองของน้ำมูก น้ำลายของผู้ที่มีเชื้อ ซึ่งก่อทำให้เกิดโรคในระบบต่างๆ ที่สำคัญของร่างกาย เช่น โรคปอดอักเสบ โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ โรคติดเชื้อในกระแสเลือด โรคหูชั้นกลางอักเสบ โดยพบว่ากลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคปอดบวมคือเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ถึงแม้ว่าจะเป็นเด็กสุขภาพดีก็ตาม และโอกาสเสี่ยงจะเพิ่มสูงขึ้นในเด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกลางวัน เด็กที่อยู่ในชุมชนแออัด เด็กที่เป็นโรคเรื้อรังต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรังอาการของโรคปอดบวมเด็กจะมีอาการ เช่น มีไข้ ไอ หายใจถี่และหอบ หายใจลำบากหรือมีเสียงดังวี๊ด ๆ หรือ หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม ถ้าพบว่าเด็กมีอาการ ไข้ ไอบ่อย หรือหายใจเร็ว ให้สงสัยว่า เด็กอาจเป็นโรคปอดบวม ควรพาไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจยืนยันและการรักษาที่ถูกต้อง หากพ่อแม่นิ่งนอนใจ ปล่อยทิ้งไว้นานเด็กอาจมีอาการหอบ หายใจลำบาก มีอาการรุนแรงมากขึ้นและอาจไม่ทันการ

'แต่พ่อแม่อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะเราสามารถลดการติดเชื้อ และลดการแพร่ระบาดของโรคปอดบวมได้โดยการสร้างสุขอนามัยที่ดี ด้วยการล้างมือเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยลดการติดเชื้อที่สัมผัสติดมากับมือได้ รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันที่สมบูรณ์ให้ลูกน้อย ซึ่งในปัจจุบันได้มีการคิดค้นวัคซีนไอพีดี ซึ่งสามารถป้องกันโรคปอดบวมจากเชื้อนิวโมคอคคัส และกลุ่มโรคไอพีดีได้แล้ว ซึ่งถือว่าเป็นวิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้หากลูกไม่สบายไม่ควรให้ไปโรงเรียน เพื่อไม่ให้ไปแพร่เชื้อให้เด็กคนอื่นๆ และต้องให้ใส่หน้ากากอนามัย ซึ่งสามารถลดการแพร่เชื้อได้ถึงร้อยละ 80 รวมทั้งหลีกเลี่ยงการเล่นคลุกคลีกับเด็กที่ป่วย และพาเด็กไปในสถานที่แออัดเช่นโรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก เป็นต้น ขณะที่คุณครูและพี่เลี้ยงที่โรงเรียนต้องมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับโรค ตลอดจนแยกภาชนะ แก้วน้ำของเด็กที่ป่วยไม่ให้ใช้ปะปนกับเด็กคนอื่นๆ เพื่อลดการติดต่อ' กุมารแพทย์

แข้งตราไก่ฉาว! ถูกแฉใช้บริการโสเภณีเด็ก

"ตราไก่" ทีมชาติฝรั่งเศส ถึงคราวฉาวหนัก หลังมีสื่อออกมาแฉว่า มีนักเตะระดับทีมชาติสามราย เกี่ยวข้องกับการซื้อบริการทางเพศโสเภณีเด็กที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ในไนท์คลับแห่งหนึ่ง ก่อนที่ล่าสุดจะถูกตำรวจเรียกตัวไปสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานเมื่อวันที่ 18 เม.ย. สถานีโทรทัศน์ช่อง M6 ของฝรั่งเศส ได้ออกมาเปิดเผยจากข้อมูลแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรรมว่า มีนักเตะทีมชาติฝรั่งเศสสามราย ที่ถูกจับได้ว่า เกี่ยวข้องกับการซื้อบริการทางเพศในไนท์คลับแห่งหนึ่ง ซึ่งมีการตั้งข้อสงสัยว่า หนึ่งในสามรายนั้น อาจจะเกี่ยวข้องกับการใช้บริการโสเภณีที่อายุยังไม่ถึงเกณฑ์ตามกฎหมายอีกด้วย

นอกจากนี้ แม้จะยังไม่มีรายงานที่ชัดเจนว่า มีนักเตะกี่คน และคนไหนบ้างที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ก็มีรายงานว่า ทางตำรวจได้เรียกตัวนักเตะบางรายเข้ามาให้ปากคำเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเรื่องดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อทีมชาติฝรั่งเศส จากที่ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ที่แอฟริกาใต้ ใกล้จะเปิดฉากขึ้นในอีกเพียงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งนี้ตามกฎหมายของฝรั่งเศส การซื้อบริการทางเพศเด็กหญิงที่อายุต่ำกว่าเกณฑ์ อาจจะต้องถูกจำคุกยาวถึง 3 ปี รวมถึงถูกปรับอีกเป็นเงิน 45,000 ยูโร

พม.ใช้เด็กขับเคลื่อนจังหวัดน่าอยู่

ครม.เห็นชอบวาระเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนประจำปี 2553 เพื่อขับเคลื่อนประเด็นจังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน ตามที่  พม.เสนอ... 

นายอิสสระ สมชัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบวาระเพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนประจำปี 2553 เพื่อขับเคลื่อนประเด็นจังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชน และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน ตามที่  พม.เสนอ โดยกำหนดให้รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย เร่งรัดการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์ จังหวัดน่าอยู่สำหรับเด็กและเยาวชนให้เกิดผลอย่างทั่วถึงเป็นรูปธรรม มีตัวชี้วัดการดำเนินงานที่ชัดเจน 7 ด้าน ประกอบด้วย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน สุขภาพอนามัย ครอบครัวอบอุ่น การเรียนรู้ตลอดชีวิต การมีส่วนร่วม การคุ้มครองสิทธิเด็ก และความปลอดภัยจากปัจจัยเสี่ยง ทั้งนี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบรรจุ เรื่องนี้ในแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนระดับท้องถิ่น และกระทรวงด้านสังคม ที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการการจัดกิจกรรมและการดำเนินการในประเด็นจังหวัดน่าอยู่และกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชนอย่างต่อเนื่อง

น้ำตาลไหม้ 08/10/52


ตอนที่ 12       (ต่อจากวานนี้)
"ถ้าคุณโบมา ฝากความคิดถึงด้วยนะครับ"
"ได้ค่ะ เอ้อ ตอนนี้ยายโบคลอดแล้วนะคะ" ปวันถามว่า ได้ลูกสาวหรือลูกชาย พ่อยิ้มเผล่ตอบ
"ลูกชายครับ ชื่อบุ้งกี๋"
"ยินดีด้วยนะครับ...งั้นผมลานะครับ" ปวันจะยกมือไหว้ ต้องชะงัก เสียงเด็กร้องจ้าขึ้นมา...
พ่อกับแม่อ้าปากหวอ มองตากันเลิ่กลั่ก...ปวันมองไปมา แน่ใจว่าเป็นเสียงเด็กแน่นอน
ส่วนธุมาตกใจไม่น้อย กอดลูกไว้แน่น ถามลูกว่า หิวนมใช่ไหม ไม่ร้องนะลูก แต่เจ้าตัวเล็กยังร้องไม่ยอมหยุด เหมือนกำลังเรียกร้องความ
สนใจจากใครคนหนึ่ง...
ปวันทนไม่ไหวต่อไปแล้ว ร้องถามขึ้น
"นั่นเสียงเด็กร้องนี่ครับ" แม่ใบ้กิน พ่อนึกได้ก่อน รีบบอกปวัน
"นั่นเสียงลูกบ้านข้างๆน่ะ คุณปวัน" แล้วเสียงเด็กก็เงียบลง แม่ได้ทีรีบเสริม
"เงียบไปแล้ว เด็กบ้านนั้นร้องงอแงได้ทั้งวัน ท่าทางจะเลี้ยงยาก" แม่ยิ้มจืดๆ แล้วสะดุ้ง เมื่อปวันบอก
"ผมขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะครับ" ปวันดุ่มเดินไปทันที ชำเลืองมามอง เห็นพ่อกับแม่ละล้าละลัง แสดงอาการพิรุธออกมาอย่างปิดไม่มิด...แล้ว
พ่อก็ก้าวยาวๆตามปวัน ทั้งร้องเสียงดังให้ลูกสาวที่กล่อมลูกชายอยู่ในห้องนอนได้ยิน เพราะธุมาไม่ยอมเผชิญหน้ากับปวัน...พ่อทำทีเก็บข้าวของ ทั้งของเล่นเด็กและของใช้ระเกะระกะรวบโยนเข้าตู้อย่างรีบร้อน...
ธุมาได้ยินเสียงพ่อจากข้างนอก รีบเอาลูกนอน แล้วย่องมาแอบฟังตรงประตู...
ส่วนแม่พาปวันเดินมา เขาส่ายตาหาธุมากับเด็กหรือหลักฐานอื่น...พ่อรีบก้าวมาดัก บอกปวันว่า ห้องน้ำไปทางโน้นครับ ปวันหันมายิ้มแหยๆ
บอกขอบคุณ แล้วจำต้องเดินไปตามที่พ่อชี้ แต่กวาดตาไปมาเป็นเรด้าจับเครื่องบิน...แม่เห็นปวันตรงไปทางห้องน้ำ เกิดกลัวขึ้นมา ถามพ่อว่า ไปดูห้องน้ำหรือยัง พ่อบอกยังเลย เท่านั้นแม่เริ่มหนาว กลัวธุมาจะไปหลบในนั้น แม่จึงรีบไปดึงปวันไว้ บอกให้รอเดี๋ยว...ทำหน้าเอียงอาย
บอกว่าแม่ตากกางเกงในไว้ ขอเข้าไปจัดการก่อน...แม่ รีบเข้าประตูใส่กลอนทันที
พ่อกับปวันหันมาสบตายิ้มให้กันอย่างมีเชิง พ่อมองไปรอบๆ หวั่นใจว่าจะมีของเด็กเล่นทิ้งอยู่ ส่วนปวันสำรวจถี่ถ้วน กระทั่งมองไปที่บันไดเห็นกระเป๋าถือผู้หญิงวางอยู่ พ่อรีบเอาหนังสือพิมพ์ไปวางปิดไว้ ทำทีบ่นว่าบ้านรกรุงรัง... พอดีแม่ออกจากห้องน้ำ มาบอกปวันว่า เรียบร้อยแล้วค่ะ ปวันบ่นเกรงใจว่า เขามาทำให้วุ่นวายไปหมดเลย...ปวันเข้าห้องน้ำไปแล้ว พ่อกับแม่มองตากัน เป่าปากระบายความโล่งใจออกมา
จากอกโรยๆของทั้งสอง...
ปวันเข้าไปยืนหน้ากระจกห้องน้ำ คิดหาทางเดินแต้มต่อ เพราะแน่ใจว่าทุกคนทำพิรุธให้เห็นแล้ว...จากนั้นปวันเปิดยิ้มในหน้า เดินออกมาจากห้องน้ำอย่างมั่นใจ...ปวันเดินไปหาพ่อแม่ที่ยืนยิ้มอย่างแสนซื่อ ยกมือไหว้ท่านทั้งสอง แล้วขอลากลับก่อน
พ่อกับแม่รับไหว้งงๆ แล้วยิ่งแปลกใจ เมื่อเห็นปวันทำท่าร้อนรนวิ่งออกไปขึ้นรถขับออกไปไม่เหลียวหลัง พ่อแม่แสนประหลาดใจ ทำไมปวันถึงได้วิ่งไปขึ้นรถเหมือนคนหนีตายอย่างนั้น
ปวันขับรถไป จำต้องหันมามองมือถือที่ดังมาไม่ขาดสาย จึงรีบเอาขึ้นมากดรับ เสียบสมอลทอล์ก...ที่แท้ปวันทิ้งมือถือของเขาอีกเครื่องเปิดไว้ที่ห้องน้ำในบ้านธุมา เสียงจึงมาเข้าที่มือถืออีกตัวของเขาในรถ เขาฟังแล้ว ได้ยินเสียงพ่อแม่ธุมาคุยกัน...
"ปวันไปแล้วแม่" พ่อร้องบอกแม่ แล้วปวันได้ยินเสียงแม่ร้องบอกอีกต่อ...
เสียงที่ดังมาไกลมากจึงได้ยินไม่ถนัด ปวันลุ้นฟังเพื่อให้มันชัดๆ ร้องบอกลุ้นเต็มสูบ
"พูดดังๆหน่อยสิครับ" ปวันงึมงำอยู่คนเดียว
"คุณปวันไปแล้วลูก" เสียงแม่ดังมาชัดแจ้ง "ลงมาได้ แล้วโบ"
ปวันดีใจสุดๆ แทบจะขับรถชนต้นไม้ข้างทางให้มันระเบิดเถิดเทิงไปเลย...ธุมากลับมาแล้วจริงๆ แล้วอยากลงไปดิ้นตาย เมื่อเสียงธุมาถามแม่ดังมาเหมือนหยาดฝนอันชื่นใจ
"คุณเป้มาทำไมคะแม่"
ปวันยิ้มอิ่มเอิบทะลุถึงหัวใจ "โบ..." เขาพึมพำแล้วเงี่ยหูฟังเสียงโบกำลังคุยกับพ่อแม่ ซักถามถึงเขาอย่างสนใจ แม้จะทำทีเป็นกระด้างเมื่อพูด
ถึงเขาต่อหน้าพ่อกับแม่ก็ตาม...
ooooooo
ตอนที่ 13
เย็นนี้ ปวันซื้อของมาเต็มมือ สาวใช้หิ้วตามมาอีก น้าพาณีตกใจว่าทำไมปวันซื้อของมาเยอะแยะ ปวันบอกว่าซื้อตามที่น้าบอก แต่ไม่ได้ถามเนียนก่อน น้าพาณีจึงตำหนิที่เขาไม่ถามเนียนว่าอยากได้อะไร เดี๋ยวข้าวของได้เสียทิ้งเปล่าๆ
หลังจากพาณีสั่งให้สาวใช้เอาไปจัดขึ้นโต๊ะให้หมด แล้วชวนปวันทานข้าวเป็นเพื่อนหนูเนียนก่อนที่จะไปบ้านคุณหญิง ปวันบอกไม่ทันแล้ว จึง
รีบขอไปอาบน้ำก่อน
"คุณเป้จะออกไปไหนอีกคะ" เนียนเดินมาถามทันที พาณีรีบทักเนียน เธอบอกน้าว่า เธอนอนไม่ค่อยหลับ พะอืดพะอมตลอด แล้วหันไปคาด
คั้นปวันอีกครั้ง "ตกลงจะออกไปไหนคะ"
"ผมบอกคุณแล้วไงว่าคืนนี้ผมมีธุระ" ปวันตอบอย่างรำคาญ พาณีจึงเสริมว่า เป้มีนัดคุยความคืบหน้างานมูลนิธิกับคุณหญิงมาลา
"คุณหญิงมาลานี่ใช่แม่คุณตาว สามีพี่โบรึเปล่าคะ"
"จำแม่นจริงนะ" ปวันเสียดสี เนียนโต้กลับ
"จำขึ้นใจเลยละค่ะ" ปวันฟังแล้วอารมณ์เริ่มบูด ขอตัวไปอาบน้ำเดี๋ยวไม่ทัน เนียนรีบเสนอเป็นคำสั่ง "เนียนขอไปด้วยนะคะ" ปวันกับน้าพาณีหันมองเนียนเป็นตาเดียว "เนียนคิดถึงพี่โบ...อยากเจอ มีเรื่องอยากคุยด้วยเยอะแยะไปหมด"
"ไปทำไมหนูเนียน น้าว่าพักอยู่บ้านดีกว่าจ้ะ"
"อยากไปก็รีบๆเลย อีกครึ่งชั่วโมงก็ออกจากบ้านแล้ว" ปวันเดินหนี เนียนทิ้งหางตาใส่ทันที
ooooooo
ขณะที่ติ๊กคุยอยู่กับพ่อแม่ที่บ้าน ติ๊กดีใจที่ไปสมัครงานแล้วได้ทันที พอดีเสียงมือถือดังขึ้น ทุกคนพยายามดูของตัวเองก็ไม่ใช่ แล้วฟังเสียงดังมาจากห้องน้ำ ติ๊กจึงเดินไปหยิบมาดู รู้ว่าไม่ใช่ของโบ แม่มาดู สงสัยว่าต้องเป็นของคุณปวันนายเก่าของธุมาแน่ๆ มาลืมไว้วันนั้น ติ๊กสงสัย
รีบถามว่า คุณปวันเขามาที่นี่ทำไม?
ในที่สุด ติ๊กก็โทร.คุยกับปวัน ขณะที่เขาอยู่หน้าบ้านพอดี ปวันสารภาพว่าเป็นมือถือของเขาจริงๆ ยอมรับว่าเขาขี้ลืม เป็นแบบนี้หลายเครื่อง
แล้ว พรุ่งนี้ปวันขอแวะไปเอา...
"คุณปวันไม่ต้องเสียเวลาแวะมาหรอกครับ พรุ่งนี้ผมมีธุระแถวบริษัทคุณพอดี ผมแวะเอาเข้าไปให้เองครับ" ติ๊กรีบบอกเพื่อเอาใจและอยาก
คุยด้วย แต่ปวันยิ่งอยากไปพบ
ธุมา จึงยืนยัน
"ไม่เป็นไรครับ เกรงใจ ผมเข้าไปเอาเองดีกว่า"
"ให้ผมไปดีกว่าครับ ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณปวันด้วย"
ปวันหมดทางต่อรอง จึงตกลงกับติ๊ก พร้อมนัดเวลากัน... ติ๊กปิดเครื่อง พ่อถามทันทีว่า ติ๊กมีเรื่องอะไรอยากคุยกับปวัน แม่บอกติ๊กว่า ถ้าจะฝากงานให้โบ ต้องถามน้องก่อน เพราะน้องเราไม่ค่อยชอบเขาเท่าไหร่ ติ๊กยืนยันว่าเขามีเรื่องสำคัญมากกว่าการฝากงาน...
ทั้งสามคนหารู้ไม่ว่า ตอนนี้ธุมาลงมายืนฟังที่บันได ยิ่งฟังยิ่งมีความวิตกกังวลยิ่งขึ้น...
ธุมาขึ้นไปหาลูกบุ้งกี๋ที่กำลังหลับอยู่ในเปล เห็นลูกแล้วน้ำตารื้นขึ้นมา ธุมาได้แต่พึมพำ
"แม่ไม่แน่ใจว่าลุงของลูกพยายามจะทำอะไร ถึงได้ อยากไปพบคุณเป้นัก...ที่แน่ๆ บ้านนี้ไม่เหมาะที่เราสองคนจะอยู่ต่อไปแล้ว" ธุมากลั้น
น้ำตาไว้เต็มที่ "แม่ไม่อยากเจอเขาอีก แม่อยากให้เรื่องวุ่นวายทั้งหมดจบลงแค่นี้" แล้วธุมาก็สารภาพความในใจกับลูก "แม่ยังรักเขามาก รู้ไหมบุ้งกี๋ เข้าใจแม่ด้วยนะลูก" ธุมาสะกดใจ ฉวยตุ๊กตาหมีตัวเล็กในเปลเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ที่ข้าวของถูกเก็บใส่กระเป๋าหมดแล้ว เอาตุ๊กตาหมี
ใส่กระเป๋าเล็ก รูดซิปปิด...ขณะที่น้ำตาพรั่งพรูออกมา แม้ว่าได้ตัดสินใจพาลูกจากไปแน่ๆแล้ว
ooooooo
ส่วนปวัน หลังจากนัดให้ติ๊กเอามือถือไปคืนเขา แล้วเดินมาที่รถเตรียมไปบ้านคุณหญิง น้าพาณีตามมาให้รอเนียนก่อน แล้วสอนว่าอย่าถือสาเนียน เพราะเธอกำลังท้องกำลังไส้ แล้วติงว่า อย่าทำตัวเย็นชาให้หนูเนียนน้อยใจ จะหาว่าห่วงแต่หนูโบ เรื่องที่ผ่านมาก็ให้ผ่านไป เป้แต่งงานแล้ว ควรเริ่มต้นใหม่ดีกว่า
"ถ้าเรามีความรู้สึกดีๆกับใครสักคน มันผิดด้วยเหรอครับน้าพา ที่เราอยากรู้ข่าวคราวเขาบ้างว่าเป็นยังไง สุขหรือทุกข์ เดือดร้อนอะไรไหม"
"ไม่ผิดหรอกเป้ แต่ไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไหร่ ถ้าเป้ รู้ว่าเขาทุกข์ เขาเดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือ เป้คงไม่จบแค่อยากรู้เฉยๆหรอก...
นิสัยอย่างเป้ต้องยื่นมือไปช่วยแน่ๆ น้ารับรองต้องมีปัญหากับเนียนไม่รู้จบสิ้น สู้เราไม่รู้อะไรเลยไม่ดีกว่าหรือเป้" ปวันฟังน้าแล้วนิ่ง...คิดแล้ว
ยิ่งเครียดตามมาอีก
จากนั้น เมื่อเนียนแต่งตัวลงมา ปวันจึงพาเดินทางไปยังบ้านคุณหญิงมาลา โดยมีคุณหญิงและตาวมาต้อนรับ หลังทักทายไหว้อย่างยินดีแล้ว
คุณหญิงถามเนียนว่า กำลังตั้งท้อง ใช่ไหม เนียนรีบรับ พร้อมบอกว่าตอนนี้แพ้มากเลย อารมณ์เนียนไม่ค่อยดี ไม่รู้คุณเป้จะรำคาญรึเปล่า...
ว่าแล้วเง้างอดกับปวัน ซึ่งได้แต่ยิ้ม
(อ่านต่อพรุ่งนี้)